โรงแรมนี้ผีดุ!! โรงแรมสุดหลอนที่ภูเก็ต

ภูเก็ต สวรรค์ของนักท่องเที่ยวทั้งไทยและเทศ โรงแรมเป็นสถานที่ที่เราทุกคนต้องพบเจอกับสิ่งลี้ลับอย่างลีกหนีไม่ได้ผมก็เช่นกัน

เรื่องเกิดขึ้นเมื่อ 6-7 ปีที่แล้วผมต้องเดินทางไปทำงานอย่างกระทันหันที่จังหวัดภูเก็ตด้วยงบจากบริษัทซึ่งทุกคนพอจะเดาออกว่ามันไม่ได้สูงมากและในสมัยนั้นการหาข้อมูลก็ยังไม่ได้เยอะมาก ผมกับน้องอีกหนึ่งคนจึงพบกับโรงแรมชื่อดังที่ตั้งอยู่ใจกลางเมืองภูเก็ตซึ่งเป็นโรงแรมเก่าที่อยู่มาอย่างยาวนานและพอเช็คราคาก็แค่ 600 บาทต่อคืนเท่านั้น เราก็บอกน้องไปว่า “เอานะแค่นอนที่ไหนก็ได้” ยังไม่ทันถึงโรงแรมก็มีเรื่องให้ชวนสงสัย หลังจากบอกพี่คนขับรถตู้ที่มารับเราที่สนามบินพอบอกชื่อโรงแรมไปเท่านั้นแหละ พี่คนขับหันมาทันทีแล้วถามย้ำว่า “พักที่นี่จริงหรอครับ…เปลี่ยนได้นะ” น้องผมถามกลับทันที “มีอะไรหรอพี่” พี่คนขับก็เลยหันกลับไปแล้วก็บอกว่า “ไม่มีอะไรหรอกครับผมเห็นว่าโรงแรมมันเก่าเลยอยากแนะนำที่อื่น” ด้วยความที่ผมไม่ได้กลัวอะไรก็เลยบอกไปว่า “ไม่เป็นไรพี่ผมเหนื่อยมากเมื่อคืนไปดื่มมายังไม่ได้นอนเลย” ความรู้สึกผมคือขอถึงโรงแรมเร็วๆ จะรีบนอนแล้วรีบออกไปทำงานต่อ

พอรถมาถึงหน้าโรงแรม ก็เป็นโรงแรมที่ขนาดกลางที่ตั้งอยู่ริมถนนสะดวกสบายแต่เก่าจริงๆ พอเดินเข้าไปผมว่ามันเป็นเอกลักษณ์เลยก็คือโรงแรมนี้จะมีบรรไดวนอยู่กลางด้านขวา เชื่อว่าถ้าเป็นคนที่นั่นพอจะนึกออก แล้วผมก็เช็คอินจนได้ห้องที่ชั้น 2 ก็เดินขึ้นบรรไดนี้ไป เปิดห้องเข้าไปเป็นห้องเตียงคู่ น้องผมค่อนข้างขี้กลัวผีก็เลยขอนอนที่ชิดกำแพงด้านในติดกับตู้เสื้อผ้า ส่วนผมนอนที่ริมหน้าต่าง ห้องก็เก่าๆ ตามสภาพ เก็บข้าวของจนเรียบร้อย น้องผมสำรวจห้องอย่างละเอียด ไม่ว่าจะฝ่าเพดาน ตู้เสื้อผ้า เปิดหมดละครับ หลังจากนั้นผมก็ออกไปทำงานและกลับมาอีกทีก็ประมาณ 4-5 ทุ่ม ต้องบอกว่าเหนื่อยสุดๆ ละครับ มั่นใจว่าอาบน้ำแล้วหัวถึงหมอนคงหลับยาวๆ

หลังจากนั้นเราทั้งสองคนก็แยกย้ายกันนอน น้องผมหัวถึงหมอนไม่ถึง 5 นาทีก็กรนแบบสนั่นเลยล่ะครับ แต่ด้วยความเหนื่อยคิดว่าไม่นานนักผมก็หลับไป และผมไม่คิดเลยว่าการหลับในครั้งนี้แหละที่จะทำให้ผมได้พบกับความหลอนที่ไม่เคยเจอที่ไหนมาก่อน

ในขณะที่กำลังหลับอยู่ผมก็มีความรู้สึกแปลกๆ ที่ปลายเท้า เหมือนมีอะไรบางอย่างพยายามดึงผ้าห่มออกจากตัวผม จนผมรู้สึกตัวก็พบว่าขยับตัวไม่ได้ ได้แค่ยกคอขึ้นและทำได้แค่เหลือบไปมองที่ปลายเท้าว่าเกิดอะไรขึ้น สิ่งที่ผมเห็นคือลักษณะเหมือนผู้หญิงคนหนึ่งนั่งยองๆ อยู่ตรงปลายเตียงตรงปลายเท้าของผมและค่อยๆ ดึงผ้าห่มผมออก สายตาเจาะมาที่ผมอย่างน่ากลัวแต่ก็มียิ้มหลอนๆ ที่มุมปาก ผมรู้ตัวทันทีว่านี่เราโดนผีอำหรือนี่ ซึ่งผมเป็นคนไม่เชื่อเรื่องพวกนี้ ผมพยายามหลับตาและลืมขึ้นมาอีกครั้งปรากฎว่าผู้หญิงที่ผมเห็นหายไปแต่ผมยังคงอยู่ในอาการผีอำผมพยายามจะส่งเสียงเรียกน้องแต่ก็ทำไม่ได้

หลังจากนั้นผมใช้แรงเฮือกสุดท้ายพยายามหันหน้าไปทางน้อง สิ่งที่ผมเห็นทำให้ผมช็อคกว่าเดิมอีก เมื่อพบว่าภาพที่เห็นคือผู้ชาย ผมขาวยืนอยู่บนตัวน้องผม หัวชนเพดาน ก้มหน้ามามองผม ซึ่งบอกตรงๆ ว่ารอบนี้ผมเห็นชัดทุกรายละเอียด ผู้ชายคนนั้นเขาใส่ชุดไทยแบบท่านขุนคอเต๋าสีขาวนุ่งโจงกระเบนสีน้ำเงิน เขาไม่ได้ทำอะไร เพียงแต่มายืนจ้องอยู่อย่างนั้น จนผมนึกขึ้นมาได้ว่าเหล่าวิญญาณพวกนี้กลัวการแช่งผมเลยรีบด่าในใจสาบแช่งทุกคำที่นึกได้ สักพักผมก็หลุดออกจากอาการผีอำและชายแก่และผู้หญิงที่ผมเห็นก็หายไป แต่น้องผมยังคงนอนหลับสบายอยู่ ผมก็เลยไม่อยากจะปลุกขึ้นมาให้กลัวกันเพราะพอผมมองนาฬิกามันก็ตีสามกว่าเข้าไปแล้ว

วันรุ่งขึ้นในขณะที่ผมกำลังเดินลงมาจากโรงแรมสิ่งที่ทำให้ผมต้องช็อคก็คือผมได้พบกับรูปขนาดใหญ่ที่ติดอยู่กำแพงตรงข้ามบรรไดซึ่งตอนขึ้นไปผมไม่ได้สังเกตเพราะความเหนื่อย พอเห็นตอนก่อนจะออกชัดเจนครับว่าชายแก่ที่ผมเห็นก็คือ “เจ้าของโรงแรมแห่งนี้ที่ตายไปนานแล้วนั่นเอง” แต่ผมก็ไม่สามารถหาคำตอบของผู้หญิงคนที่ผมเห็นได้เช่นกัน

หลังจากนั้นผมกลับมาเจอพี่คนขับรถคนเดิมอีกครั้ง จึงได้สอบถามข้อมูลพี่เขาก็เลยเล่าให้ฟังว่า โรงแรมนี้ขึ้นชื่อเรื่องผีดุ คนไทยไม่ค่อยมาพักกันแล้ว มีแต่ชาวต่างชาติเพราะส่วนใหญ่มักจะเล่ากันว่าเจ้าของโรงแรมเป็นคนหวงโรมแรมมากมักจะมีแขกได้พบเห็นอยู่เป็นประจำ

โรงแรมนี้เป็นโรงแรมเก่าแก่อยู่คู่เมืองภูเก็ตมาอย่างยาวนานนะครับ เหมือนปัจจุบันจะมีการรีโนเวทเพิ่มเติมนิดหน่อย ใครไปพักเมืองภูเก็ตก็ลองหาข้อมูลกันดูดีๆ ผมว่าค้นหายังไงก็เจอกับโรงแรมสุดหลอนอันนี้ที่ผมเคยได้ประสบผมเจอมา

You might also like